ร้อนนนนนนน...ชะมัด!!
ช่วงนี้ออกไปนอกบ้านกับแม่แทบทุกวัน ถ้าแม่เจอรถเข็นลอดช่องสิงคโปร์แม่จะดิ่งไปซื้อทันที
แล้วแม่ก็จะบ่นว่าไม่อร่อยทุกครั้ง (แล้วจะซื้อกินทำแป๊ะอะไร?? - -")
ช่วง 2-3 วันมานี้แม่ซื้อลอดช่องสิงคโปร์กินทู๊กกกกวัน แล้วก็บ่นทู๊กกกกวัน
คือแม่บอกว่าเส้นมันไม่หนึบ กะทิก็ไม่หอมไม่มัน ขนุนบางเจ้าก็ไม่มี
ก็เลยบอกว่าเออ ๆ ถ้าอยากกินมากเดี๋ยวทำให้กินก็ได้...ก็เลยได้เป็นเมนูวันนี้แหละ
สูตรนี้เป็นของ อาจารย์ศรินภัสร์ ธีรติศิรินรากุล ค่ะ
อาจารย์ที่สอนขนมไทยที่กิ๊ฟไปเรียนมาเนี่ยแหละ...เรียนที่ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพ ศูนย์มีนบุรี
หลักสูตรขนมไทย จันทร์-ศุกร์ อาจารย์เก่ง และ น่ารักมากค่ะ ใครอยากเรียนก็ไปสมัครซะนะ!!
เอ้า!! มาเริ่มกันเลย สูตรนี้กิ๊ฟย่อของอาจารย์มานะ เพราะเต็มสูตรมันเยอะมาก
เราต้องทำน้ำเชื่อมไว้ก่อนค่ะ ทำล่วงหน้าไว้สัก 1 คืนนะ

ส่วนผสมน้ำเชื่อม (สำหรับขนมน้ำแข็ง)
- น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
- น้ำเปล่า 3 กับ 1/2 ถ้วย
- ใบเตย 5 ใบ
- กลิ่นมะลิ และ กลิ่นใบเตย อย่างละ 5 หยด
เอาทุกอย่างใส่ลงในหม้อ ยกเว้นกลิ่น แล้วก็ยกขึ้นตั้งไฟ
ใช้ไฟกลาง ๆ และห้ามคน!!!
เพราะถ้าเราคน เวลาเราทิ้งน้ำเชื่อมให้เย็นมันจะตกผลึกค่ะ ถ้าเราไม่คนมันจะตกผลึกน้อย หรือไม่ตกเลย

พอตั้งไฟทิ้งไว้น้ำเชื่อมจะเริ่มข้นขึ้น สีจะเป็นสีเหลืองอ่อน ๆ ใบเตยจะซีดลงแบบนี้
และระดับน้ำลดลงไปประมาณครึ่งนึง ให้เราเติมกลิ่นลงไปเลย ตั้งไฟต่อสัก 5 นาทีแล้วก็ปิดฝาปิดไฟ
ตั้งทิ้งไว้จนเย็นค่ะ ของกิ๊ฟตั้งทิ้งไว้ข้ามคืนเลยเพราะเราต้องใช้น้ำเชื่อมที่เย็นสนิท
พอเช้ามาก็กรองเอาใบเตยออก เก็บไว้ใช้ได้เลย
พอรุ่งเช้า กิ๊ฟก็มาทำต่อ
เริ่มที่กะทิ

ส่วนผสมกะทิ
- กะทิข้น ๆ 2 กับ 1/2 ถ้วย
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- วนิลาผง 2 ช้อนชา
- แป้งข้าวเจ้า 1 กับ 1/2 ช้อนชา
- ใบเตย 2-3 ใบ (ซึ่งอิชั้นลืมใส่ - -")
เอาทุกอย่างใส่หม้อ แล้วก็คนให้แป้งอะไรต่อมิอะไรละลายดี
อ้อ!! ต้องใช้วนิลาผงนะ เพราะว่าถ้าใช้วนิลาสกัดแบบน้ำสีน้ำตาลมันจะทำให้สีหมองไม่น่ากิน
ยกขึ้นตั้งไฟคนตลอดเวลา (ใช้ตะกร้อมือจะดีกว่า)
พอกะทิเดือดฟูก็ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น พักไว้
ทีนี้มาทำตัวแป้งลอดช่องสิงคโปร์กัน

ส่วนผสมแป้งลอดช่องสิงคโปร์
- แป้งมันสำปะหลัง 125 กรัม
- แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 1/2 ถ้วย กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ (อันนี้เดี๋ยวมีแจกแจงรายละเอียดอีกที)
วันนี้กิ๊ฟทำสองสี สีเขียวกับสีชมพู ทำสีละ 1 สูตรค่ะ
เพราะฉะนั้นส่วนที่เป็นน้ำจะแยกเป็นสองสีดังนี้

สีชมพู...ใช้น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย ผสมกับ เฮลล์บลูบอยกลิ่นสละ 2 ช้อนโต๊ะ

สีเขียว...น้ำใบเตยคั้นข้น ๆ 1/2 ถ้วย กับ 2 ช้อนโต๊ะ
หยดสีผสมอาหารสีเขียวลงไปสัก 2-3 หยดป้องกันสีซีดเวลาโดนความร้อน
ทีนี้ถ้าต้องการสีอื่นก็ยึดหลักว่า 1 สูตรใช้น้ำ 1/2 ถ้วยกับ 2 ช้อนโต๊ะ
จะทำสีอะไรก็ขอให้ได้ปริมาณน้ำเท่านี้เป็นพอค่ะ
เมื่อตวงแป้งเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วกิ๊ฟก็เอาน้ำสีไปใส่เวฟค่ะ เวฟจนเดือดพอปุด ๆ (สักครึ่งนาที)
ถ้าเป็นน้ำใบเตยพอมันเดือดแล้วมันจะจับตัวเป็นลิ่ม ๆ นิดหน่อยไม่ต้องตกใจ ใช้ไปทั้งอย่างงั้นได้เลยค่ะ
พอน้ำเดือดแล้วก็เอาน้ำสีมาเทใส่ในกะละมังแป้งที่เตรียมไว้เลย

ใช้ช้อนคนเร็ว ๆ จนเข้ากัน และแป้งคลายร้อนลงสักหน่อย
ก็เอามือนวดได้เลย นวดไปรู้สึกว่าเนื้อเนียนมือ งานนี้ทนร้อนกันนิดนึงนะคะ

ถ้านวดแล้วติดมือก็ใช้แป้งมันเติมลงไปทีละ 1 ช้อนชา ครั้งนี้กิ๊ฟเติมไปประมาณ 3 ช้อนชาได้
ก็จะได้แป้งที่เนียนนุ่มไม่ติดมือ หน้าตาประมาณนี้

เตรียมคลึงแป้งโดยทำความสะอาดโต๊ะซะ แล้วก็เอาแป้งมันโรยเป็นแป้งนวล
โรยให้เยอะ ๆ ทั่ว ๆเลย

แบ่งแป้งที่เรานวดไว้เป็น 2 ก้อน เพราะว่าไม่งั้นต้องใช้พื้นที่การคลึงเยอะ
พอแบ่งแป้งเป็น 2 ก้อนแล้วก็เอาแป้งมันคลุกให้ทั่วก้อนแบบนี้ แล้วลงมือคลึงได้เลย
ใช้ที่นวดแป้ง หรือไม่ก็ท่อนไม้กลม ๆ (แต่ที่เรียนใช้ท่อ PVC ท่อนใหญ่ ๆ - -")
คลึงให้บางประมาณแผ่น DVD น่ะ อย่าให้บางมากถ้าบางมากเวลาตัดจะขาด

ข้อควรระวัง.... 1. เวลาคลึงแป้ง ค่อย ๆ คลึง พอคลึงไปนิดนึงแล้วให้เรายกแป้งขึ้นมาด้วย
ต้องระวังอย่าให้ติดกับโต๊ะ ถ้าแป้งทำท่าจะติดโต๊ะให้เอาแป้งมันโรยลงไปใต้แผ่นแป้ง
ถ้าติดโต๊ะแล้วเจ๊งค่ะ ต้องแซะออกมาปั้นก้อนแล้วคลึงใหม่
2. อย่าคลึงแป้งให้บางเกินไป เพราะว่ากิ๊ฟทำพลาดมาแล้ว (- -") ถ้าคลึงแป้งบางเวลาตัดเส้นจะขาด
และเวลาลวกจะเปื่อยง่าย ไม่เหนียวหนึบ

พอคลึงแป้งได้บางได้ที่แล้ว (ในรูปนี่บางเกินไปค่ะ เวลาคลี่เส้นออกมาแล้วจะขาด )
ก็พับทบ ๆ ให้มันตัดได้ง่าย ๆ น่ะ แล้วใช้มีดหั่นเส้นกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร

พอหั่นเสร็จก็เอามาเขย่า ๆ สะบัด ๆ ให้เส้นมันกระจายตัวออกจากกันก่อนนำไปลวกนะ
และนี่คือสีชมพูที่คลึงแป้งบางเกินไป พอเราสะบัดเส้นให้คลี่ออกมา มันก็ขาดหมดเลย (- -")
พลาดไปซะแร้วววว....

และนี่คือสีเขียว กรรมวิธีการทำแบบเดียวกับสีชมพูทุกประการ
เพียงแต่เวลาคลึงไม่บางเท่า คือหนาประมาณแผ่น DVD น่ะ
พอตัดออกมาแล้วเส้นก็จะไม่ขาด เส้นสวยกว่าสีชมพูเยอะเลยเห็นมะ??

ทีนี้ก็ลวกเลย
ตั้งน้ำเยอะ ๆ ให้เดือด ใส่เส้นลงลวก โดยเวลาใส่เส้นก็ค่อย ๆ โรยให้เส้นกระจายตัวนะ
พอแป้งสุกจะลอยขึ้นมาที่ผิวน้ำ ปล่อยให้ลอยอยู่สัก 15 วิ แล้วค่อยช้อนมาใส่กะละมังน้ำเย็น

น้ำเย็นนี่หมายถึงน้ำก๊อกอ่ะนะ ถ้าใช้น้ำเย็นแบบลอยน้ำแข็งนี่เจ๊งนะจ๊ะ แป้งจะแข็งไปเลยกินไม่ได้
โฉมหน้าเส้นที่ลวกแล้ว แล้วก็แช่น้ำเย็นแล้ว ถ้าเราทำเยอะต้องคอยเปลี่ยนน้ำเย็นนะคะ
ถ้ารู้สึกว่าน้ำเริ่มร้อนให้เราเปลี่ยนน้ำเลย
ทีนี้ก็ช้อนเส้นที่เย็นสนิทแล้วไปใส่กะละมังน้ำเชื่อมได้เลย

เส้นที่ลวกแล้ว เอามาใส่กะละมังน้ำเชื่อม กิ๊ฟใช้น้ำเชื่อมครึ่งนึงของที่ทำไว้น่ะเทลงไปคลุกเส้นเลย
ส่วนน้ำเชื่อมที่เหลืออีกครึ่งเอาไว้เติมเวลาจะทานค่ะ เผื่อว่าใครทานหวานมาก หวานน้อยไม่เท่ากัน

ดูชัด ๆ เส้นที่คลุกน้ำเชื่อมแล้ว
เท่าที่กิ๊ฟดูมันจะเก็บไว้ได้สักประมาณ 2-3 ชั่วโมงนะ สำหรับเส้นที่แช่น้ำเชื่อมไว้เฉย ๆ แบบนี้
แล้วเส้นจะเริ่มอืดแล้วก็จับเป็นก้อน ถ้าคิดว่าคงทานไม่หมด แป้งก็ยังไม่ต้องลวกนะ
แป้งลอดช่องที่เราตัดเป็นเส้นแล้วเก็บใส่ตู้เย็นเอาไว้ได้ 1-2 วันค่ะ เก็บในภาชนะที่มิดชิดอ่ะนะ
แล้วค่อยเอามาลวกตอนที่จะทานก็ได้ค่ะ

พอจะทานก็เอาทุกอย่างมาผสมกัน
ตักแป้งแป้งลอดช่องใส่แก้ว โรยขนุนซอยบาง ๆ
วันนี้กิ๊ฟมีแถมลูกตาลใส่ลงไปด้วยค่ะ เพราะแม่อยากทานเลยซื้อมา
แล้วก็ราดด้วยน้ำกะทิ ถ้าชอบทานหวานก็ใส่น้ำเชื่อมเพิ่มไปหน่อย
คนให้เข้ากันก็จะได้หน้าตาแบบนี้...สีหวาน (^^)

สุดท้ายโปะน้ำแข็งทุบจนเต็มแก้ว
น่ากินมั้ยล่ะ!!! วันนี้แม่กิ๊ฟซัดไป 3 แก้วรวด!!! แบบกินแทนข้าวไปเลยอ่ะ (^^")
เส้นเหนียวนุ่ม กะทิข้นมัน แล้วก็หอมกลิ่นน้ำเชื่อมและกลิ่นขนุน
ร้อน ๆ แบบนี้ได้สักแก้วก็เข้าท่าเหมือนกันนะ
สูตรนี้ที่กิ๊ฟทำ...แป้ง 2 สูตร(สีละสูตร) น้ำเชื่อม กะทิ ทั้งหมดผสมได้ประมาณ 10-12 แก้วโต ๆ ค่ะ
สำหรับบ้านกิ๊ฟสบายมาก คนเยอะอ่ะนะ ทำทานทีละเป็นกะละมังแบบนี้แป๊บเดียวก็หมดค่ะ